Intermittent Fasting สำหรับมือใหม่

1025

สมัยนี้ใครๆก็คงรู้จักไดเอทชื่อดัง ที่มีชื่อว่า ฟาสติ้ง ( Intermittent Fasting ) กันแน่นอน ซึ่งมีชื่อเรียกย่อๆว่า IF (ไอเอฟ)

สำหรับใครที่ไม่รู้จัก IF เราจะบอกให้ฟังนะจ้ะ

Intermittent Fasting หรือ IF คือไดเอทรูปแบบนึงที่กำหนด “ชั่วโมงอดอาหาร” เอาไว้ หมายความว่า ใน “ช่วงอด” (Fasting) เราจะไม่ “กิน” หรือ “ดื่ม” อะไรที่มีแคลอรี่เลย แม้แต่อย่างเดียว เช่น เราทำIF 16/8 จะหมายความว่า ใน 1 วันนั้น เราจะมีช่วงที่ไม่กินอะไรเลย (เรียกว่าช่วงฟาสติ้ง Fasting) อยู่ 16 ชั่วโมง และ จะมีช่วงที่ กิน (Feeding) แค่ 8 ชั่วโมงต่อวัน

ซึ่ง IF เนี่ยโด่งดังมาสักพัก เพราะนอกจากจะมีข้อดีที่ช่วยลดน้ำหนักได้แล้วนั้น ยังมีการกล่าวถึงว่า หากทำเป็นประจำจะทำให้สมองเราดีขึ้นอีกด้วยนะ นอกจากนั้นแล้ว ยังส่งผลต่อการย้อนวัยของเราด้วย เค้าว่ากันว่า ยิ่งอดบ่อย ยิ่งอดนาน ยิ่งหน้าเด็ก ผิวเปล่งปลั่งอีกด้วยแน่ะ

วันนี้เราเลยจะมาแนะนำ IF 3 รูปแบบสำหรับมือใหม่ให้ได้รู้กัน สำหรับคนที่อยากเริ่มทำแต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มยังไง!

  1. Lean gains (เหมาะสำหรับมือใหม่)
  2. Fast 5 (เหมาะสำหรับระดับกลาง)
  3. Eat stop Eat (เหมาะสำหรับระดับกลาง ที่อยากท้าทายตัวเอง)

1.Lean gains

เป็น IF ที่เหมาะกับมือใหม่มากที่สุด และ ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายมากที่สุดอีกด้วย เห็นว่าดาราฮอลลีวู้ดหลายคนก็ทำวิธีนี้กันเสียด้วย Lean gains จะกำหนดช่วงอดไว้ที่ 16 ชั่วโมง และ ช่วงกินที่ 8 ชั่วโมงครับ
แต่ๆๆๆๆ สำหรับสาวๆมือใหม่ ผมแนะนำเพิ่มว่า อาจจะลองเริ่มด้วยการมีช่วงอดแค่ 12-14 ต่อชั่วโมงก่อนก็ได้นะ เพราะ ผู้หญิงมีความอ่อนไหวในระบบร่างกายมากกว่าผู้ชาย ควรเริ่มต้นเบาๆก่อนจะดีกว่า

2.Fast 5

IF แบบ Fast 5 จะเหมาะสำหรับมือใหม่ที่มีประสบการณ์มาก่อนสักเล็กน้อย เอาเป็นว่าถ้าคุณสามารถ ฟาสติ้ง ได้16 ชั่วโมงโดยที่ไม่มีผลกระทบอะไรแล้วล่ะก็ ค่อยลองเขยิบมาทำ Fast 5 ก็ยังไม่สายเกินไป
ฟาาติ้ง Fast 5 นั้นจะกำหนดช่วงอดไว้ที่ 19 ช่วงโมง และ ช่วงกินอยู่ที่ 5 ชั่วโมงนั่นเอง ตัวเลข 5 ในชื่อ ก็มาจากชั่วโมงกินนั่นเอง

3.Eat stop Eat

การฟาสแบบ Eat stop Eat นั้น จะกำหนดให้เราต้องฟาสติ้ง 24 ชั่วโมง (อดข้าวทั้งวัน) เป็นจำนวน 1 หรือ 2 ครั้ง ต่อสัปดาห์ และ วันที่เหลือให้กินตามปกติ
ฟาสติ้งแบบ Eat stop Eat จะเหมาะกับผู้ที่เคยผ่านการทำ Fast 5 มาก่อน ซึ่งเราอาจจะมองว่า แบบนี้ยากเกินไปรึเปล่า อดข้าวทั้งวันเลย จุ๊ๆ อย่างที่ผมบอกว่า Eat stop Eat เป็นเพียงแค่ความท้าทายชาวฟาสติ้งระดับกลางเท่านั้น เพราะอะไรน่ะรึ ก็ถ้าคุณทำ fast 5 ได้แล้วล่ะก็ การอดเพิ่มให้ครบ 24 ชั่วโมงก็ไม่ใช่เรื่องยากเลย

อีกอย่าง Eat stop Eat นั้นสามารถนำมาใช้ร่วมกับ Lean gains หรือ Fast 5 ได้อีกด้วย เพียงเราแค่ เรามีวันอด 24 ชั่วโมง 1-2 วัน และ ในวันที่เหลือเราก็ทำการฟาสติ้งด้วยรูปแบบอื่นๆ (อด19/อด16) ร่วมกันไปด้วย เพียงเท่านี้ การฟาสติ้งของเราก็จะได้ผลที่ดีมากขึ้น และ มีความท้าทายมากขึ้นอีกด้วย

ข้อแนะนำสำหรับมือใหม่นะครับ

ให้ช่วงอดของเรารวมเข้าไปกับ เวลานอน ของเราไปด้วยเลย ปกติเราจะนอน 6-8 ชั่วโมงอยู่แล้ว เราก็แค่ต้องอดเพิ่มอีกเล็กน้อยเท่านั้น

เช่น เรากินข้าวมื้อเย็นให้จบก่อน 20.00 นาฬิกา แล้วเราก็เริ่มนับเวลาได้เลย จาก 20.00 นาฬิกา ไปจนถึง 12.00 นาฬิกา หรือ เที่ยงวันของอีกวันนึง เท่านี้เราก็จะทำ Lean gains ได้อย่างไม่ยากเลย แถม ส่วนใหญ่เราก็ไม่ค่อยได้กินมื้อเช้ากันอยู่แล้ว การเลือกอดมื้อเช้าจึงทำได้ง่ายสำหรับคนทั่วไปมากกว่า เมื่อเทียบกับการอดช่วงเย็น ที่อาจต้องกินข้าวกับที่บ้าน หรือ ไปกินข้าวกับเพื่อนๆ

เป็นยังไงบ้างครับกับ ฟาสติ้ง สำหรับมือใหม่ เข้าใจง่ายๆ ทำได้ไม่ยากเลยล่ะสิ อย่าลืมไปลอง ฟาสติ้ง กันดูนะครับผม

อ๊ะๆ บทความเราอาจจะจบเพียงเท่านี้ แต่จะบอกว่า บทความหน้าเราจะมานำเสนอ Fasting แบบมือโปร ที่ Hardcore จนคุณต้องประหลาดใจกันอย่างแน่นอน คอยติดตามกันให้ดีล่ะ !!

อ่านบทความเพิ่มเติม: ผลตรวจสุขภาพ ค่าไหนไม่ควรเกินเท่าไหร่?

อ่านบทความเพิ่มเติม: ท่าเวทเทรนนิ่ง 5 ท่า ที่ทำได้ตลอดชีวิต