เปอร์เซ็นต์ไขมัน – โรคอ้วน – Part 2

1640
เปอร์เซ็นต์ไขมัน – โรคอ้วน – Part 2

ซีรี่ย์บทความ โรคอ้วน

เปอร์เซ็นต์ไขมันสะสมเป็นเครื่องมือวัดโรคอ้วนที่แม่นยำกว่า BMI แล้วเราต้องมี เปอร์เซ็นต์ไขมัน ที่เหมาะสมเท่าไหร่กันนะ ถึงจะไม่เป็นโรคอ้วน?

  • เปอร์เซ็นต์ไขมัน เป็นการวัดความเสี่ยงโรคอ้วนที่แม่นยำกว่า BMI
  • เปอร์เซ็นไขมัน คือ น้ำหนักไขมันในร่างกายต่อน้ำหนักตัว
  • คนเป็นโรคอ้วนย่อมมีเปอร์เซ็นต์ไขมันที่สูง
  • เปอร์เซ็นต์ไขมันเป็นตัวกำหนดความอ้วนผอมของเรา
  • เปอร์เซ็นต์ไขมันน้อยไม่ได้แปลว่าสุขภาพจะดีเสมอไป ขึ้นอยู่กับระดับ โคเลสเตอร์รอล ด้วย
  • การดูแลสุขภาพไม่ใช่ต้องลดน้ำหนัก แต่คือการออกกำลังกายเป็นประจำ

Q: ไขมันสะสมใต้ผิวหนัง มีวิธีวัดยังไงบ้างครับ?

A: อย่างง่าย ๆ เลย ก็เป็นเครื่องวัด Body Composition (ส่วนประกอบของร่างกาย) ตามฟิตเนสต่าง ๆ หรือ ตาชั่งที่วัดไขมันได้ จะได้ค่าอัตราส่วนระหว่างน้ำหนักไขมันในร่างกายต่อน้ำหนกตัว ซึ่งตราชั่งแบบนี้เดี๋ยวนี้ก็หาซื้อได้ตามอินเทอร์เน็ตทั่วไปครับ หรือหารูปเปรียบเทียบตามอินเทอร์เน็ตก็ได้ครับ เพียงแค่อย่าโกหกตัวเองตอนมองรูปก็พอครับ ฮ่า ๆ อีกวิธี คือการใช้ คาลิปเปอร์ ซึ่งเป็นเครื่องหนีบวัดไขมันใต้ผิวหนัง แต่ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญในการวัดเพื่อให้ได้ผลที่แม่นยำครับ จึงอาจไม่ค่อยได้พบเจอคนที่ใช้วิธีนี้เท่าไหร่ครับ ฮ่า ๆ สุดท้าย ถ้าแม่นยำที่สุดก็จะเป็นเครื่องวัดไขมันตามโรงพยาบาล ซึ่งราคาค่าบริการที่แพงและคนทั่วไปคงไม่จำเป็นต้องใช้ขั้นนี้ครับ

ที่มารูปภาพ: builtlean

Q: แบบนี้แปลว่า ไขมันสะสม ของคนเราจะมากหรือน้อย ไม่ได้ขึ้นอยู่กับน้ำหนักใช่ไหมครับ?

A: ใช่ครับ คนโดยทั่วไปแล้วจะมีไขมันสะสมที่ราวๆ 16% – 22% ของน้ำหนักตัวครับ แต่ในกรณีคนที่มีกล้ามเนื้อใหญ่ ตัวโต ๆ เค้าอาจมีไขมันสะสมที่ 10%-15% แต่ก็ดูตัวใหญ่กว่าคนทั่วไปที่มี เปร์เซ็นต์ไขมันที่มากกว่าก็ได้ครับ

Q: คนที่มีไขมันสะสมเยอะ ๆ จะมีโคเลสเตอร์รอลที่สูงด้วยหรือเปล่าครับ?

A: ใช่ครับ แต่ต้องบอกว่า ที่เป็นแบบนี้เพราะคนที่มี ไขมันสะสม สูง ๆ ซึ่งก็คือคนอ้วนเนี่ย มีกิจกรรมทางกายน้อย ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย และ ไม่ได้บริโภคอาหารที่ดีต่อสุขภาพเท่าไหร่ โดยส่วนใหญ่นะครับ .. ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้จะส่งผลให้เรามีโคเลสเตอร์รอลในร่างกายที่สูงครับ

Q: อ้ะ! แบบนี้แปลว่า คนที่ไขมันสะสมน้อย ๆ ก็มีโอกาสที่มีโคเลสเตอร์รอลเกินเหรอครับ

A: ใช่ครับ กรณีนี้ที่พบเจอบ่อย ๆ เช่น ผู้สูงอายุในบ้านของเรา ที่ดูไม่ค่อยอ้วนแต่มีปัญหาเรื่องโคเลสเตอร์รอลสูง เป็นเพราะพฤติกรรมชีวิตที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย และไม่ค่อยแอคทีฟแล้ว ส่งผลให้มีปัญหาโคเลสเตอร์รอลได้ครับ อันนี้ชัดเจนเลย ครับ

ดังนั้นการที่เรามีไขมันสะสมน้อย ๆ หรืออยู่ในเกณฑ์ปกติ  ก็ไม่ได้แปลว่าเราสุขภาพดีนะครับ แต่การที่เรามีไขมันสะสมเยอะ ๆ นั้น แน่นอนครับ ว่ามันไม่ดีต่อสุขภาพเราแน่ ๆ

Q: ทำอย่างไรเราถึงจะไม่เป็นโรคอ้วนครับ?

A: การที่เราจะไม่เป็นโรคอ้วน ก็คือการที่เรามี BMI และเปอร์เซ็นไขมันให้อยู่ในเกณฑ์ปกติครับ ดังนั้นถ้าตอนนี้เราเป็นคนอ้วนอยู่ เราก็ควรที่จะลดน้ำหนักของเราโดยการลดไขมันสะสมครับ เพื่อให้ BMI ของเรากลับมาอยู่ในเกณฑ์กติและมีเปอร์เซ็นไขมันที่น้อยลงครับ ด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ที่เรียกว่า การคุมอาหาร และ การออกกำลังกายครับ ฮ่า ๆ ซึ่งพอเราลดน้ำหนักจนอยู่ในเกณฑ์ได้แล้ว  เราก็หยุดออกกำลังกาย… ไม่ใช่ครับ!!! (ฮา) เราก็ต้องออกกำลังกายและคุมอาหารต่อไปนี่แหละครับ เพื่อป้องกันไม่ให้เรากลับไปมี BMI เกินมาตรฐาน และคงสุขภาพที่ดีให้ได้ต่อไปเรื่อย ๆ ครับ

Xerciety: เอาละครับผม เข้าสู่ช่วงไคล์แมกซ์กันแล้ว ว่าจะทำยังไงถึงจะหายจากการเป็นโรคอ้วนกันนะครับ สำหรับผู้อ่านที่ติดตามเรามาทั้งสองบทความแล้วนั้น รู้ตัวเองรึยังครับ ว่าเป็นโรคอ้วนรึเปล่า ถ้าหากเป็นโรคอ้วน หรือ เข้าข่ายการเป็นโรคอ้วนละก็ ต้องติดตามบทความต่อไปให้ดีนะครับ

เปอร์เซนต์ไขมันเป็นตัวกำหนดความเสี่ยงโรคอ้วนและผอมของเรา ซึ่งบ่งบอกการเป็นโรคอ้วนของเราได้แน่ชัดมากกว่าการใช้แค่ BMI อย่างเดียว ดังนั้นใครที่มีเปอร์เซนต์ไขมันสูง ควรเริ่มที่จะพึงระวังสุขภาพเอาไว้นะครับ และแม้แต่คนที่เปอร์เซนต์ไขมันต่ำ ก็ไม่ได้แปลว่าจะสุขภาพดีเสมอไป ดังนั้น การดูแลสุขภาพ จึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับคนทุกเพศทุกวัย จะอ้วนผอมจอมซนยังไง ก็ต้องออกกำลังกายนะครับ