โรคอ้วน โรคไม่ติดต่อที่อันตรายถึงชึวิต

822
obesity cure

รู้จัก โรคอ้วน กันไหมครับ? ทุกคนคงรู้จักความอ้วนกันอยู่แล้ว แต่รู้ไหมครับว่า ความอ้วนกับโรคอ้วนนั้นไม่เหมือนกัน แต่ไม่ใช่การที่มีพุงนิดหน่อย หรือ มีน้ำหนักตัวมากกว่าสมัยเรียนแล้วเรียกว่าเป็นโรคอ้วนนะครับ เพราะโรคอ้วนก็มีหลักในการพิจารณาเหมือนโรคอื่น ๆ 

แล้วคุณอยากรู้ไหมครับว่าตัวเองเป็นโรคอ้วนหรือไม่ ? หรือถ้ามั่นใจว่าเป็นโรคอ้วนแน่ ๆ แล้วอยากรู้วิธีรักษาให้หายขาด ติดตามในบทความได้เลยครับ

  • โรคอ้วน วัดจาก BMI และ สัดส่วนไขมัน ไม่ใช่ชั่งน้ำหนักอย่างเดียว
  • คนเป็นโรคอ้วนจะเสี่ยงเสียชีวิตกับโรคพ่วงที่ตามมา เช่น โรคความดัน เบาหวาน และ โรคหัวใจ
  • วิธีรักษาโรคอ้วนคือ การออกกำลังกาย การคุมอาหาร และ การจดบันทึก
  • การจะรักษาโรคอ้วนให้ดีต้องมีการวิเคราะห์และปรับแผน

เราจะรู้ว่าเราเป็น โรคอ้วน ได้ยังไง?

ทุกคนคิดว่าการที่เราจะเป็นโรคอ้วนได้ต้องมีอะไรบ้างครับ ? แค่มีน้ำหนักตัวเยอะ และ มีพุงก็เป็นโรคอ้วนเลยรึเปล่าครับ ….. อย่ามาดูถูกโรคอ้วนนะ! (เสียงจากโรคอ้วนตะโกนออกมา)

เรามีสิ่งที่ใช้วัดว่าเราเป็นโรคอ้วนอยู่สองสิ่งครับ นั่นคือ BMI (Body Mass Index) และ สัดส่วนไขมัน (Body Fat Percentage)

ที่เราใช้ BMI แต่ไม่ใช้น้ำหนักตัวมาเป็นตัวชี้วัดเพราะว่า BMI ใช้ส่วนสูงมาคำนวนด้วย หากเราสูงมากก็จะมีน้ำหนักตัวที่มากกว่าคนที่เตี้ยกว่าเรา ดังนั้น BMI  จะทำให้ได้การเปรียบเทียบที่แม่นยำกว่าการดูแค่น้ำหนักอย่างเดียว

และอีกสาเหตุนึงที่เราต้องใช้ สัดส่วนไขมัน มาวัดโรคอ้วนด้วยนั้นเพราะว่า BMI นั้นยังมีจุดอ่อนที่การใช้น้ำหนักมาคำนวนกับส่วนสูงเท่านั้น

เนื่องจากกล้ามเนื้อมีน้ำหนักมากกว่าไขมันในปริมาณที่เท่ากัน ในกรณีที่เราเป็นคนที่มีกล้ามเนื้อเยอะ จะทำให้น้ำหนักตัวเราเยอะตามปริมาณกล้ามเนื้อ

ซึ่งหากดูแค่ BMI จะทำให้เราเป็นกลายเป็นคนอ้วนไปเลย ทั้ง ๆ ที่เราไม่ได้อ้วนแค่มีกล้ามเนื้อเยอะกว่าคนปรกติ สัดส่วนไขมันจึงเข้ามาช่วยเสริมในจุดนี้ให้เราสามารถประเมินโรคอ้วนได้แม่นยำมากขึ้น

ดังนั้นหากเรามีน้ำหนักตัวเยอะ แต่สัดส่วนไขมันต่ำ เราจะไม่ใช่คนที่เป็นโรคอ้วนนะครับ เพราะ เรามีกล้ามเนื้อแน่น ๆ ไม่มีพุง ไม่มีไขมันส่วนเกิน ซึ่งห่างไกลจากการเป็นโรคอ้วนมากครับ

หากใครอยากรู้ว่าตัวเองเป็นโรคอ้วนไหมสามารถลองประเมินโรคอ้วนได้เลยครับ

โรคอ้วน

ถ้าเราเป็นโรคอ้วนแล้วยังไง?

เมื่อเราทราบแล้วว่าเราเป็น โรคอ้วน จากการที่เรามี BMI สูง และ สัดส่วนไขมันเยอะ หรือ

  • เพศชาย  ที่มีไขมัน 21% ขึ้นไป และมี BMI ที่ 18.5 ขึ้นไป
  • เพศหญิง ที่มีไขมัน 31% ขึ้นไป และมี BMI ที่ 18.5 ขึ้นไป

* เพื่อข้อมูลที่แน่นอนสามารถคลิกเพื่อประเมินโรคอ้วนได้เลยครับ

สิ่งที่เราควรจะพึงระวังให้ดีคือ โรคที่จะพ่วงมาพร้อมกับโรคอ้วนต่าง ๆ เช่น โรคความดัน เบาหวาน โรคหัวใจ โรคไขมันในเส้นเลือดสูง โรคไขข้อ โรคไขมันพอกตับ โรคหยุดหายใจขนาดหลับ โรคกรดไหลย้อน ต่อมหมวกไตมีปัญหา

ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีทั้งโรคร้ายแรงที่สามารถส่งผลต่อชีวิตได้ และ โรคเรื้อรังที่ทำให้เราใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างยากลำบาก ดังนั้นแม้การที่เราอ้วน (จนเป็นโรคอ้วน) อาจจะไม่ได้หนักหัวใคร แต่ตอนที่มีโรคต่าง ๆ ตามมามันอาจเป็นปัญหาหนักใจในการใช้ชีวิตได้ครับ

โรคอ้วน

แล้วเราจะรักษาโรคอ้วนยังไง?

ในการรักษาโรคอ้วนนั้น วิธีที่ดีที่สุดคือวิธีที่ทุกคนรู้ดีแก่ใจแต่มันน่าเบื่อและใช้ความอดทนของจิตใจมาก ๆ นั่นคือ การออกกำลังกาย การคุมอาหาร และ การจดบันทึกข้อมูล

การออกกำลังกาย จะช่วยให้เราป้องกันโรคพ่วงที่มากับ โรคอ้วน ได้เช่น

การออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่งจะทำให้ร่างกายเราสร้างกล้ามเนื้อขึ้นมาทำให้ใช้พลังงานจากน้ำตาลในร่างกายได้ดีมากขึ้น เราจะลดโอกาสการเป็นเบาหวานได้

การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอจะทำให้ร่างกายเราใช้พลังงานจากไขมันได้ดีขึ้น ไขมันลดลง เราจะลดโอกาสเป็นโรคไขมันอุดตันในเส่นเลือด และ โรคหัวใจได้

และการออกกำลังกายร่วมกับการคุมอาหารเป็นวิธีทำให้เราลดสัดส่วนไขมันในร่างกายได้ดีที่สุด (ดีกว่าการทำแค่อย่างใดอย่างนึง) ซึ่งจะเป็นวิธีที่ทำให้เราหายจากโรคอ้วนได้อย่างแท้จริง

สามารถกดอ่านวิธีออกกำลังกายสำหรับคนอ้วนอย่างละเอียดได้เลยครับ

การคุมอาหาร จะช่วยให้เราลดไขมันได้ไวกว่าการออกกำลังกายอย่างเดียว และช่วยให้เราควบคุมสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายให้เหมาะสมแก่การรักษาสุขภาพมากขึ้น

การคุมอาหารในที่นี้หมายถึงการแบ่งสัดส่วนสารอาหารให้ดีในแต่ละมื้อ แต่ละวัน เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายอย่างเพียงพอ (หลักอาหารห้าหมู่นั่นเอง) ไม่ใช่แค่คุมแคลอรี่ตามที่หลายคนเข้าใจ

เพราะต่อให้เราคุมแคลอรี่แต่สารอาหารที่เรากินไม่ได้สัดส่วนที่เหมาะสม เราอาจจะลดน้ำหนักไม่ได้ และ สุขภาพก็แย่ลงด้วย

และหากใครกำลังคิดถึงการอดอาหารอยู่ละก็ แนะนำว่าให้เลิกคิดได้เลยครับ มันไม่ใช่วิธีที่ดีเลย ทั้งไม่ได้ผลลัพธ์ที่ดี และ ยังส่งผลเสียต่อร่างกายด้วย สามารถอ่านบทความว่าทำไมยิ่งอดข้าวยิ่งแย่ ได้เลยครับ

ส่วนใครอยากรู้วิธีแบ่งสารอาหารให้ถูกต้องสามารถอ่านได้ที่บทความวิธีการแบ่งสารอาหารในจานแต่ละมื้อ ได้เลยครับ

โรคอ้วน

การจดบันทึก นั้นเป็นทางเลือกครับว่าเราอยากทำหรือไม่ แต่ถ้าเราเลือกที่จะจดบันทึกพฤติกรรมของเรานั้น เราจะมีโอกาสสำเร็จในการหายจากโรคอ้วนมากกว่าคนที่ไม่จดบันทึกครับ เพราะสิ่งที่เราต้องจดบันทึกเพื่อใช้ในการรักษาโรคอ้วนก็ คือ

  • น้ำหนัก ถ้าเราน้ำหนักตัวน้อยลง BMI ของเราก็จะลดลงด้วย
  • สัดส่วนไขมัน ยิ่งสัดส่วนไขมันเราน้อยลงเท่าใด เราก็มั่นใจได้ว่าเราจะหายจากการเป็นโรคอ้วนแน่นอน
  • สัดส่วนร่างกาย การที่เราวัดรอบเอว รอบอก เอาไว้เป็นอีกวิธีที่จะช่วยให้เรารู้ว่าเรากำลังผอมลง เพราะว่า บางครั้งน้ำหนักตัวอาจจะไม่ลง แต่สัดส่วนร่างกายเราเล็กลง ก็เป็นไปได้ ซึ่งการที่น้ำหนักคงที่ แต่สัดส่านลดลงบ่งบอกถึงการที่กล้ามเนื้อเราเพิ่มขึ้นและไขมันส่วนเกินลดลงครับ
  •  การออกกำลังกาย การออกกำลังกายตามเป้าหมายให้ครบเป็นสิ่งที่จำเป็นที่ทำให้เราสุขภาพดีขึ้น และถ้าเราจดบันทึกเราจะได้รู้ว่าเราออกกำลังกายน้อยกว่ากำหนดนะ ห้ามอู้!
  • อาหาร การที่เราจดบันทึกว่ามื้อไหนเรากินอะไรไปบ้าง ทำให้เรารู้ได้ว่ามื้ออื่น ๆ จะเลือกกินอะไรดี เช่น ถ้าเรากินอาหารทอด ๆ มัน ๆ ไปในตอนเที่ยง ตอนเย็นเราก็ควรกินอาหารที่ไม่มัน ไม่ทอด เพื่อไม่ให้เราได้รับไขมันมากเกินไป

การบันทึกจะทำให้เราเห็นว่าผลลัพธ์จากพฤติกรรมที่เราทำในแต่ละวันว่ามันส่งผลต่อเราอย่างไรและมีแนวโน้มไปทางใด ทำให้เราตระหนัก และปรับเปลี่ยนได้ทัน ถึงแม้ว่าการพัฒนาของเราจะช้า ๆ ก็ตาม แต่เป็นเรื่องสำคัญนะ เพราะหากว่าเราไม่มีแรงใจในการดูแลสุขภาพนั้นแล้ว เราก็ไม่มีทางสำเร็จแน่นอนครับ

โรคอ้วน

การวิเคราะห์แล้วปรับแผน

การที่เราจะรักษาโรคอ้วนได้นั้นเราต้องมีการปรับแผนการดูแลสุขภาพของเราให้เข้ากับตัวเราเสมอ 

ตัวอย่างหนึ่งที่เราเห็นกันไปแล้วก็คือการปรับการออกกำลังกายให้มากขึ้น เมื่อเราแข็งแรงขึ้น (จากบทความการออกกำลังกายของคนอ้วน)

และการรักษาโรคอ้วนนั้นบางครั้งจะเกิดเหตุการณ์ที่เรียกว่า “ลดน้ำหนักไม่ลง” เนื่องจากร่างกายมีความเครียด หรือ ร่างกายอ่อนล้าสะสม เราอาจต้องวางแผนการพักผ่อน และ การฟื้นฟูตัวเองให้ดีในช่วงนี้ แทนที่จะโหมกระหน่ำออกกำลังกายมากขึ้น ซึ่งอาจทำให้แย่ลงมากกว่า

ซึ่งการวิเคราะห์นั้นจะทำได้ดีเมื่อเรามีการจดบันทึก นั่นเองถึงเป็นสาเหตุที่เราบอกว่าการจดบันทึกจะทำให้เราหายจากโรคอ้วนได้สำเร็จมากกว่าครับ

การรักษาโรคอ้วนนั้นเป็นวิธีที่ไม่ยาก หลัก ๆ แล้วมันก็มีแค่ การออกกำลังกาย และ การคุมอาหาร นั่นแหละครับ แต่การจะทำให้มันได้ผลที่เร็วขึ้น และดีมากขึ้น อาจต้องลงแรงมากขึ้นอีกหน่อย เช่น มีการจดบันทึก มีการวัดผล และ ปรับเปลี่ยนแผนให้เหมาะกับตัวเรามากขึ้น ดังนั้นแล้วถ้าใครมีเวลาก็อยากให้ศึกษาความรู้ต่าง ๆ เอาไว้ให้มาก เพื่อให้การดูแลตัวเองได้ง่ายขึ้น ส่วนใครที่มีเงินเหลือพอที่จะจ้างผู้ดูแลเช่น นักโภชนาการ หรือ เทรนเนอร์ มาดูแลอาหารการกินและการออกกำลังกาย ก็เป็นเรื่องที่ดีครับ